[x] ปิดหน้าต่างนี้
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป   
ค้นหา   
เมนูหลัก
ฝ่ายบริหารวิทยาลัยฯ
เศรษฐกิจพอเพียง
แผนการจัดการเรียนรู้
วิจัยในชั้นเรียน
แบบฟอร์มนักเรียน
สถิติผู้เยี่ยมชม

 เริ่มนับ 28/ม.ค./2560
ผู้ใช้งานขณะนี้ 3 IP
ขณะนี้
3 คน
สถิติวันนี้
627 คน
สถิติเมื่อวานนี้ี้
624 คน
สถิติเดือนนี้
11160 คน
สถิติปีนี้
88153 คน
สถิติทั้งหมด
208902 คน
IP ของท่านคือ 54.81.158.195
(Show/hide IP)

  

   เว็บบอร์ด >> สอบถาม พูดคุยเกี่ยวกับการเรียนการสอน >>
ท้องเสีย  VIEW : 26031    
โดย K.Siriwan

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 4
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 1
Exp : 80%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 171.96.228.xxx

 
เมื่อ : อาทิตย์ ที่ 11 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2560 เวลา 13:41:13   

ท้องเสีย

สุขภาพ

คุณเคยมีอาการท้องเสียโดยไม่ทราบสาเหตุว่าไปทานอะไรมาหรือเปล่า และเมื่อมีอาการท้องเสียควรจะทำตัวอย่างไร จะต้องทานยาหยุดถ่ายโดยทันทีหรือไม่ ?

ท้องเสียคืออาการถ่ายอุจระบ่อยเกินกว่าวันละสามครั้งหรืออุจระเหลวเป็นน้ำมากกว่าเนื้อ หรืออาจจะถ่ายเป็นมูกเลือด ผู้ที่ป่วยจะไม่สามารถดูดซึมสารอาหารหรือน้ำได้อย่างเหมาะสม หากเป็นนานเกินไป ผู้ที่เป็นโรคท้วงร่วงอาจมีภาวะขาดน้ำหรือมีปัญหาเกลือแร่ผิดปกติได้
สาเหตุของอาการท้องเสีย

การกินอาหารหรือดื่มน้ำที่ไม่สะอาด
การแพ้อาหารบางชนิด เช่น นม เนื่องจากขาดเอนไซม์ที่ใช้ย่อยน้ำตาลแลคโตสในนม
กินอาหารมากเกินไปหรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
เมื่อมีอาการท้องเสียควรทำอย่างไร ต้องทานยาหยุดถ่ายโดยทันทีหรือไม่?

หลายๆคนอาจคิดว่าเมื่อมีอาการท้องเสียควรทานยาหยุดถ่ายหรือยาแก้ท้องเสีย แต่รู้หรือไม่วิธีการเช่นนี้เป็นความคิดที่ผิดมากๆ เพราะการทานยาหยุดถ่ายหรือยาแก้ท้องเสียจะทำให้ลำไส้ต้องกักเก็บเชื้อโรคเอาไว้นานขึ้น จะทำให้ท้องอืด ปวด และแน่นท้องมากขึ้น ดังนั้นถ้าท้องเสียไม่ควรทานยาหยุดถ่าย แต่ควรจจะถ่ายให้หมด เนื่องจากร่างกายจะมีปฏิกิริยาโต้ตอบเมื่อมีการติดเชื้อหรือกินอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ โดยการปล่อยสารพิษหรือเชื้อโรคออกมา และเมื่อปล่อยหมด การเคลื่อนตัวของลำไส้ก็จะกลับมาเป็นปกติ

วิธีดูและตัวเองเมื่อท้องเสียในช่วง 24-72 ชั่วโมง

หยุดรับประทานอาหาร 2 ถึง 4 ชั่วโมง เพื่อให้ลำไส้หยุดการทำงาน
ดื่มเกลือแร่ผงผสมกับน้ำต้มสุกหรือใช้เกลื่อป่นผสมกับน้ำต้มสุก เพื่อทดแทนน้ำกับเกลื่อแร่ที่ร่างกายสูญเสียไป
หลังจากนั้นจึงเริ่มรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย เช่น ข้าวใส่เกลือ ข้าวต้ม หรือ โจ๊ก งดอาหารรสจัดและอาหารที่มีกากใยมาก เช่น ผัก ผลไม้
รับประทานโยเกิร์ตที่มีโปรไบโอติก (probiotic yogurt) เชื้อแบคทีเรียมีชีวิตเหล่านี้สามารถช่วยบรรเทาอาการท้องร่วงบางชนิดและทำให้หายเร็วขึ้นได้
ลองรับประทานแบรทไดเอ็ท (BRAT diet) ได้แก่ กล้วย , ข้าว, แอปเปิลหรือน้ำแอปเปิล และขนมปังปิ้งแห้ง อาหารสูตรนี้เหมาะสำหรับเด็ก แต่ผู้ใหญ่ก็สามารถรับประทานได้เช่นกัน ความจริงแล้วไม่จำเป็นต้องเน้นเฉพาะอาหารเหล่านี้ แต่การรับประทานอาหารเหล่านี้เพิ่ม อาจช่วยให้อาการท้องร่วงหายเร็วขึ้นได้
งดดื่มนม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน จนกว่าจะหายท้องเสีย
หลีกเลี่ยงยารักษาโรคท้องเสีย ยกเว้นแพทย์สั่ง เนื่องจากท้องเสียเป็นการขับสิ่งที่ไม่ดีออกไปจากร่างกาย ดังนั้นทางเดียวที่จะดีขึ้นได้คือต้องยอมถ่ายเหลว
รักษาตามอาการ เช่น ให้ยาแก้อาเจียน ยาแก้ปวดท้อง หรือ ยาลดไข้
ควรได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนในกรณีดังต่อไปนี้

อาเจียนหรือท้องเสียในเด็กแรกเกิดอายุน้อยกว่า 3 เดือน (พบแพทย์ทันทีที่มีอาการ)
เด็กอายุเกิน 3 เดือนที่มีอาการอาเจียนนานกว่า 12 ชั่วโมง
ท้องเสียนานกว่า 3 วัน
อุจจาระมีเลือดปน มีสีดำ หรือดูมีน้ำมันปน
อาการปวดท้องที่ไม่ดีขึ้นเมื่อได้ถ่ายอุจจาระ
อาการขาดน้ำ เช่น เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย หรือตะคริว
มีไข้ร่วมกับท้องเสีย โดยไข้สูงกว่า 38.33°C ในผู้ใหญ่หรือสูงกว่า 38°C ในเด็ก